มนทิตา คลินิกแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์

มนทิตา คลินิกแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพทั่วไป
ฆสพ.สฎ32/2565

21/08/2026

‘สถาบันโรคทรวงอก’ เผย 10 สัญญาณ! ที่อาจบ่งบอกความเสี่ยง ‘โรคหัวใจและหลอดเลือด’

รู้เร็ว✅​ประเมินเร็ว✅​ป้องกันได้เร็ว
หากพบความผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือมีอาการร่วม เช่น
📍​เจ็บหน้าอก
📍​หายใจลำบาก
📍​หน้ามืด
📍​เป็นลม
📍​หรือริมฝีปากเขียว

ควรรีบมาพบแพทย์ 🧑🏻‍⚕️ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย

สอบถามข้อมูลได้ที่ สถาบันโรคทรวงอก 🏥​
☎️​02-547-0999

21/08/2026

เช็กลิสต์ 7 ของกินเร่งหลอดเลือดอักเสบ! กินบ่อย เสี่ยงตีบตันเร็วกว่าที่คิด!

หลอดเลือดตีบตันน่ากลัวตรงที่มันไม่ได้ส่งจดหมายมาบอกเราก่อนครับว่า
“อีก 3 ปีข้างหน้าผมจะเริ่มตันแล้วนะ”
คราบไขมันสามารถค่อย ๆ สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดเป็นเวลาหลายปี มีทั้ง LDL การอักเสบ และปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จนวันหนึ่งถ้าคราบนั้นแตกและเกิดลิ่มเลือดขึ้นมา เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองอาจถูกขวางอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือ Stroke ได้ครับ
หลายคนอาจคิดว่า
“กิน ๆ ไปเถอะ อย่าคิดมากเลย”
หรือ “ก็กินแบบนี้มาตั้งหลายปี ยังไม่เห็นเป็นอะไร”
ตรงนี้เข้าใจได้ครับ เพราะหลอดเลือดไม่ได้ตอบเราหลังมื้ออาหารเหมือนกระเพาะ กินเผ็ดแล้วแสบท้องเรายังรู้ แต่หลอดเลือดสะสมความเสียหายเงียบกว่านั้นมาก
และต้องแยกให้ชัดก่อนนะครับว่า ไม่มีอาหารชิ้นเดียวที่กินเข้าไปแล้วทำให้หลอดเลือดอักเสบจนตีบทันที สิ่งที่มีน้ำหนักจริงคือรูปแบบที่กินบ่อย ๆ เป็นเดือนเป็นปี โดยเฉพาะอาหารที่ดัน LDL ความดัน น้ำตาล น้ำหนัก และการอักเสบเรื้อรังไปในทิศทางที่ไม่ดีครับ รูปแบบอาหารที่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม โซเดียม ไขมันอิ่มตัว และอาหารแปรรูปสูง เป็นสิ่งที่องค์กรสุขภาพหัวใจแนะนำให้จำกัดครับ
ลองเปิดตู้เย็น เปิดลิ้นชักขนม แล้วเช็ก 7 กลุ่มนี้กันครับ

1️⃣ น้ำหวาน ชานม กาแฟหวาน น้ำอัดลม — ดื่มง่ายจนลืมว่านี่ก็คือน้ำตาล
น้ำหวานน่ากลัวตรงที่ กินเข้าไปง่ายมาก แต่ความอิ่มน้อยครับ
กาแฟหวานหนึ่งแก้วตอนเช้า
บ่ายชานมอีกแก้ว
เย็นน้ำอัดลมกับอาหาร
บางวันยังไม่ได้แตะขนมเลย แต่ได้น้ำตาลจากเครื่องดื่มไปเยอะแล้ว
การกินน้ำตาลที่เติมเพิ่มมากเป็นประจำสัมพันธ์กับน้ำหนักเกิน ไตรกลีเซอไรด์สูง และปัญหาระบบเผาผลาญ ซึ่งทั้งหมดเดินไปทางเดียวกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดครับ อาหารที่ดีต่อหัวใจจึงเน้นลดเครื่องดื่มหวานและน้ำตาลเติมเพิ่ม
ไม่ได้แปลว่าแตะชาเย็นหนึ่งแก้วแล้วหลอดเลือดอักเสบนะครับ
แต่ถ้า “ของหวาน” กลายเป็น “เครื่องดื่มประจำวัน” ตรงนี้ผมอยากให้เริ่มจริงจัง

2️⃣ ขนมปังขาว เบเกอรี่ ขนมหวาน และแป้งขัดสีที่กินเยอะเกิน
บางคนบอกผมว่า
“ผมไม่ได้กินของมันเลยนะครับ”
แต่เช้าเป็นขนมปังกับกาแฟหวาน
บ่ายคุกกี้
เย็นข้าวเยอะ
หลังอาหารมีขนมอีก
ไขมันในอาหารอาจไม่ได้มาก แต่ น้ำตาลกับแป้งขัดสีหรือคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแปรรูปมาก (refined carbohydrate) เยอะครับ
อาหารกลุ่มนี้มักมีใยอาหารต่ำ กินง่าย และถ้าแทนที่อาหารอย่างผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนดีเป็นประจำ ภาพรวมของระบบเผาผลาญก็ไม่ค่อยดีนัก รูปแบบอาหารที่ดีต่อหัวใจจึงเน้นธัญพืชไม่ขัดสีและจำกัดคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแปรรูปมากกับของหวานครับ
ข้าวขาวไม่ใช่ยาพิษนะครับ
ขนมปังก็ไม่ได้ต้องห้าม
ประเด็นคือ ปริมาณและความถี่ ถ้าทั้งวันเป็นแป้งขัดสีซ้อนกันหลายชั้น แล้วผักกับใยอาหารแทบไม่มี แบบนี้ค่อยน่าห่วง

3️⃣ ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง และเนื้อแปรรูปที่กินเป็นประจำ
กลุ่มนี้ผมอยากให้แยกจาก “เนื้อสัตว์ทุกชนิด” นะครับ
ปลา ไก่ หมู เนื้อ กับ เนื้อแปรรูป ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง หรือเนื้อแปรรูปหลายชนิด มักมีโซเดียมสูง และบางชนิดมีไขมันอิ่มตัวสูงด้วย การกินเนื้อแปรรูปมากเป็นประจำสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้นครับ
ปัญหาคือมันสะดวกมากครับ
เช้าไส้กรอก
เที่ยงข้าวผัดแฮม
เย็นยำกุนเชียง
กินทีละนิดเลยไม่รู้สึกว่าเยอะ แต่รวมทั้งสัปดาห์อาจเจอกันแทบทุกวัน
ไม่ต้องประกาศเลิกตลอดชีวิตครับ
แค่ให้มันกลับไปเป็น “อาหารบางครั้ง” มากกว่า “โปรตีนประจำบ้าน”

4️⃣ ของทอดบ่อย ๆ โดยเฉพาะมื้อที่ทั้งทอด ทั้งมัน ทั้งพลังงานสูง
ไก่ทอด
หมูทอด
เฟรนช์ฟรายส์
กล้วยทอด
ปาท่องโก๋
ปัญหาของของทอดไม่ได้มีแค่คำว่า “น้ำมัน” ครับ
อาหารทอดจำนวนมากพลังงานสูง กินง่าย และมักมาพร้อมแป้งขัดสี เกลือ หรือไขมันอิ่มตัวอีกหลายอย่าง ถ้ากินบ่อยก็ทำให้น้ำหนักและไขมันในเลือดจัดการยากขึ้น
แต่ผมไม่อยากให้กลายเป็นว่า
“น้ำมันพืชทุกชนิดทำให้หลอดเลือดอักเสบ”
อันนี้ไม่ถูกครับ
การแทนไขมันอิ่มตัวด้วยไขมันไม่อิ่มตัวจากน้ำมันพืชเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงหัวใจได้ และไม่มีเหตุผลให้เหมารวมน้ำมันพืชทุกชนิดว่าเป็นตัวการอักเสบครับ
โจทย์จริงคือ ของทอดบ่อย + พลังงานเกิน + ไขมันอิ่มตัวสูง + อาหารแปรรูปเยอะ มากกว่าการไล่กลัวน้ำมันเป็นขวด ๆ

5️⃣ หมูติดมัน หนังไก่ เนย ครีม และไขมันอิ่มตัวที่กินเยอะเป็นประจำ
ไขมันอิ่มตัวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ LDL โดยตรงครับ
อาหารอย่างเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ เนย ครีม ผลิตภัณฑ์นมไขมันสูง รวมถึงน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม มีไขมันอิ่มตัวมากกว่าน้ำมันพืชหลายชนิด
ถ้าได้รับไขมันอิ่มตัวมากเป็นประจำ LDL สามารถสูงขึ้น และ LDL ที่สูงเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดคราบไขมันในผนังหลอดเลือดครับ
ผมไม่ได้บอกว่า
“กินหมูสามชั้นหนึ่งคำแล้วหลอดเลือดตัน”
แต่ถ้าทุกมื้อเป็น
หมูกรอบ
หนังไก่
แกงกะทิ
ของทอด
แล้วแทบไม่มีปลา ถั่ว หรือไขมันไม่อิ่มตัวเข้ามาแทน
แบบนี้สัดส่วนทั้งสัปดาห์ก็เริ่มเอียงครับ
คำสำคัญคือ “แทน”
ให้ปลา ถั่ว และไขมันไม่อิ่มตัวเข้ามาแทนไขมันอิ่มตัวบางส่วน ไม่ใช่กินของเดิมครบแล้วเติมถั่วกับอะโวคาโดเข้าไปอีก เพราะพลังงานก็ยังนับเหมือนเดิมครับ

6️⃣ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง อาหารสำเร็จรูป และของเค็มจัด
กลุ่มนี้หลายคนไม่ได้กลัวเรื่องไขมัน แต่ลืมดู โซเดียม
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
มันฝรั่งทอดกรอบ
อาหารแช่แข็งบางชนิด
อาหารหมักเค็ม
น้ำจิ้มเยอะ ๆ
หรืออาหารสำเร็จรูปที่รสเข้ม
ถ้ากินบ่อย โซเดียมสามารถสูงเกินได้ง่ายครับ
โซเดียมสูงสัมพันธ์กับความดันโลหิตที่สูงขึ้น และความดันสูงเป็นหนึ่งในตัวเร่งความเสียหายของผนังหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจกับ Stroke ครับ
ตรงนี้จึงไม่ได้แปลว่าเกลือไปเกาะผนังหลอดเลือดโดยตรงนะครับ
มันเป็นคนละกลไก
แต่สุดท้ายมาชนกันตรงว่า หลอดเลือดต้องรับแรงดันสูงอยู่เรื่อย ๆ
ถ้าความดันสูงอยู่แล้ว ของเค็มจึงเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากครับ

7️⃣ อาหารแปรรูปหนัก ๆ ที่รวม “หวาน + มัน + เค็ม” อยู่ในชิ้นเดียว
ข้อนี้ผมว่าตัวจริงครับ เพราะมันไม่ได้มาเป็นผู้ร้ายทีละตัว
บางอย่างมาเป็นแพ็กเกจเลย
ขนมอบหวาน
โดนัท
เค้ก
คุกกี้
ขนมถุง
ฟาสต์ฟู้ดบางมื้อ
อาหารสำเร็จรูปบางชนิด
มีทั้งน้ำตาล แป้งขัดสี ไขมันอิ่มตัว โซเดียม และพลังงานสูงอยู่ด้วยกัน
งานวิจัยจำนวนหนึ่งพบความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารที่ผ่านการแปรรูปมากในปริมาณสูง กับการอักเสบระดับต่ำและโรคเรื้อรังต่าง ๆ แต่ต้องพูดให้ตรงครับว่า ไม่ได้หมายความว่าอาหารแปรรูปทุกอย่างเป็นพิษ เพราะเต้าหู้ โยเกิร์ต ปลากระป๋อง หรือผักแช่แข็งก็ผ่านการแปรรูปได้เช่นกัน
สิ่งที่ผมอยากให้ลดคืออาหารที่แปรรูปหนักจนกลายเป็น หวานจัด เค็มจัด ไขมันสูง ใยอาหารน้อย และกินแทนอาหารจริงเกือบทุกมื้อ
ตรงนี้แหละครับที่ภาพรวมเริ่มมีปัญหา
แล้วถ้ากินของพวกนี้อยู่ทุกวัน ต้องเลิกหมดตั้งแต่พรุ่งนี้ไหม?
ไม่ต้องครับ และผมก็ไม่อยากให้โพสต์นี้จบด้วยการเปิดตู้เย็นแล้วรู้สึกว่า
“งั้นไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว”

เริ่มจาก 5 อย่างนี้ก่อนก็ได้ครับ
• เปลี่ยนเครื่องดื่มประจำจากหวานเป็น น้ำเปล่า ชา หรือกาแฟที่ลดหวานลง
• ให้ผัก ถั่ว และอาหารที่มีใยอาหารเข้ามาอยู่ในมื้อจริง ๆ ไม่ใช่แตงกวา 2 ชิ้นข้างจาน
• สลับเนื้อแปรรูปกับ ปลา ไข่ เต้าหู้ ไก่ หรือเนื้อที่ผ่านการแปรรูปน้อยกว่า
• ของทอดไม่ต้องหายจากชีวิต แต่ลดความถี่แล้วสลับเป็นต้ม นึ่ง ย่าง อบ หรือผัดน้ำมันพอเหมาะ
• เวลาเลือกอาหารสำเร็จรูป ลองพลิกดู น้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว บ้างครับ อาหารที่ดีต่อหัวใจโดยรวมควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา และไขมันไม่อิ่มตัว พร้อมลดน้ำตาลเติมเพิ่ม โซเดียม ไขมันอิ่มตัว และอาหารแปรรูปหนัก ๆ
และถ้ามี LDL สูง ความดันสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวโรคหัวใจเร็ว อย่าดูอาหารอย่างเดียวครับ เพราะความเสี่ยงหลอดเลือดเป็นผลรวมของหลายเรื่อง ต้องจัดการตัวเลขเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย

หลอดเลือดตีบตันไม่ได้เกิดจากมื้อหนักเมื่อคืนแล้วเช้านี้ตีบทันทีครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ค่อย ๆ สะสมจาก LDL ความดัน น้ำตาล การสูบบุหรี่ น้ำหนัก การอักเสบ และพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
อาหาร 7 กลุ่มที่พูดถึงวันนี้จึงไม่ได้เป็นของต้องห้าม แต่ถ้า น้ำหวาน ขนมแป้งขัดสี เนื้อแปรรูป ของทอด ไขมันอิ่มตัว ของเค็ม และอาหารแปรรูปหนัก กลายเป็นอาหารหลักแทบทุกวัน ผมอยากให้เริ่มขยับสัดส่วนครับ
ข่าวดีคือหลอดเลือดไม่ได้มีแต่ทางแย่ลงอย่างเดียว
วันนี้ลดน้ำหวานหนึ่งแก้ว
พรุ่งนี้เพิ่มผักอีกหนึ่งส่วน
สลับไส้กรอกเป็นปลา
เดินเพิ่มหลังอาหาร
คุม LDL น้ำตาล และความดันให้ดีขึ้น
สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ทำต่อกันเป็นปี ก็มีความหมายกับความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือดมากครับ
ไม่ต้องกินให้สมบูรณ์แบบทุกมื้อ
แค่ทำให้มื้อที่ดีมีมากกว่ามื้อที่ทำร้ายสุขภาพ และทำแบบนั้นให้ได้นานพอ
เพราะเราเปลี่ยนสิ่งที่กินเมื่อวานไม่ได้แล้วครับ แต่สิ่งที่จะวางลงในจานมื้อต่อไป เรายังเลือกได้เสมอ
ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

Vitamin D ✅
19/08/2026

Vitamin D ✅

“เนื้องอกมดลูก” ขึ้นใหม่/โต ไม่หยุด
อย่าลืมเช็ค ระดับ “วิตามินD” 📌🔥

พี่สาวท่านนี้ เนื้องอกขึ้นใหม่ไม่หยุด
ตอนนี้มีมากกว่า 10 เม็ด ‼️

วันนี้ มาตรวจกัน
หมอเลยแนะนำให้เจาะเช็ค ระดับวิตามินDดูหน่อย

ผลออกมา ได้ 9 ถ้วน‼️ OMG😱 !!!
(ระดับที่อยากได้ในคนปกติคือ> 50!!)

ถึงแม้เนื้องอก จะ ”โต“ และ ”เพิ่มจำนวน“
ได้อยู่แล้ว
จากฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่

แต่หลายปัจจัย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก
เช่น ขาดวิตามินD 📌
กินอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่นเนื้อแปรรูป เนื้อแดง
ทานยาบำรุงมดลูก ( แนะนำเลี่ยง!!)

งานวิจัยคอนเฟิร์มชัดเจนว่า
ถ้าขาดวิตามินดีจริง
แล้วแก้ไขให้ ”ระดับเป็นปกติ“
บางคนเนื้องอกมดลูกเล็กลงได้📌‼️🔥

และ ที่สำคัญ

ไม่ควรมีใครขาดวิตามินดี อยู่แล้วเพราะ…..

วิตามินดีทำหน้าที่เหมือน "ฮอร์โมน"
ร่างกายมีตัวรับวิตามินดี (Vitamin D Receptors)
อยู่ทุกเนื้อเยื่อ
ไม่ได้มีผลแค่เรื่องกระดูกหรือผิวหนังเท่านั้น

ขาดวิตามินD เพิ่มความเสี่ยง…..

📌 โรคที่ 1: เสี่ยงติดเชื้อง่ายและรุนแรงขึ้น

วิตามินดีส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน
หากขาดจะติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่าย
และมีโอกาส อาการรุนแรงหรือเสียชีวิตสูงขึ้น

📌 โรคที่ 2: เสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น

งานวิจัยพบว่าระดับวิตามินดีต่ำ
สัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม
มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก

📌โรคที่ 3: เสี่ยงโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune)

การขาดวิตามินดีเพิ่มความเสี่ยงโรคแพ้ภูมิ
เช่น รูมาตอยด์ หรือ SLE
โดยงานวิจัยชี้ว่าการเสริมวิตามินดี 2,000 IU/วัน
ช่วยลดความเสี่ยงรูมาตอยด์ลงถึง 22%

📌โรคที่ 4: เสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

ขาดวิตามินดีส่งผลต่อการดื้ออินซูลินและสารเรนิน
ทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

📌 ผลต่อโรคมดลูกรังไข่

ระดับวิตามินดีที่ต่ำ
เพิ่มความเสี่ยงการเกิดเนื้องอกมดลูก
และทำให้เนื้องอกโตเร็วขึ้น
รวมถึงส่งผลให้อาการ PCOS
หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แย่ลง

#ร๊ากกกกกก ♥️

09/08/2026

วันจันทร์ ที่ 10 ส.ค. 69
คลินิกหยุดให้บริการ 1 วัน
ขออภัยในความไม่สะดวก 🙏🏻

02/08/2026

🦠 ช่วงนี้ โควิด-19, RSV และไข้หวัดใหญ่ กำลังระบาด พบเด็กเล็กป่วยเพิ่มขึ้น

💕 ความรักของทุกคนมีความหมายเสมอ
หากกำลังไม่สบายหรือเพิ่งหายป่วย ขอเปลี่ยนจาก “หอม” เป็น “กอด ยิ้ม หรือพูดคุย” กับลูกน้อยสักพัก เพื่อช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อกันนะคะ 🤍

ด้วยความห่วงใยจาก 🩵 คลินิกเด็กหมอนิว at เวียงสระ 🩷

20/07/2026

☝️ หยุดเลื่อน 10 วินาที ดูภาพแล้วเช็กหัวใจตัวเอง‼

ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าฝืน อย่ารอ
หลายชีวิตรอด...เพราะมาถึงโรงพยาบาลทันเวลา🚨

💬 คอมเมนต์ "ผ่าน" ถ้าไม่มีสักข้อ
หรือ พิมพ์หมายเลขอาการที่เคยเป็น เพื่อเตือนคนที่คุณรัก

06/07/2026

ชาย 58 ปี ดื่มน้ำผลไม้ 15 ลิตร/วัน ติดกัน 1 เดือน น้ำตาลพุ่ง 572, ไตรกลีเซอไรด์ 9,182 เลือดอย่างกับชานม


หลายคนเชื่อว่า “น้ำผลไม้คือสุขภาพดี” ซึ่งถ้าดื่มไม่มากเกินไปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าให้เลือก ไปกินผลไม้เป็นลูก ได้องค์ประกอบอื่นมากกว่ามาก โดยเฉพาะเหล่าเส้นใยที่จะทำให้อิ่มไว ลดความไวของการดูดซึม ดังนั้นผลไม้ของดีค่ะ แต่ต้องกินให้ถูก


👨 ชาย อายุ 58 ปี
ไม่มีประวัติโรคประจำตัวใดๆ มาก่อนเลย

เขาตัดสินใจ ลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำผลไม้แทนอาหาร (ไม่แน่ใจว่าไปดูข้อมูลจากแหล่งใดมา) โดยบอกว่าดื่มประมาณ 15 ลิตรต่อวัน ใช่ค่ะ สิบห้าลิตรน้ำผลไม้ต่อวัน ไม่เคยเห็นคนดื่มเยอะขนาดนี้มาก่อน

เขาไม่กินอาหารปกติเลย แต่ดื่มน้ำผลไม้หวานจัดทั้งวัน เชื่อว่ากำลัง “ดีต่อสุขภาพ” เวลา 1 เดือนผ่านไป เริ่มรู้สึกมึนๆ มองภาพมัว ญาติเลยพามา รพ.


🏥 ที่ รพ.
ผลตรวจน้ำตาลปลายนิ้วขึ้น high
แพทย์เลยสั่งเจาะเลือดเลยแล้วก็ช็อกกับผล
▪️ น้ำตาลกลูโคสสูงถึง 572 mg/dL
▪️ ไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 9182 mg/dL
คือสูงเกือบ 50 เท่าของค่าปกติ 

คือสูงในระดับเลือดเป็นชานมในหลอดเก็บเลยค่ะ
และสูงมากพอที่จะก่อให้เกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เสียชีวิตได้

แต่ดีว่าเคสนี้ไม่มีอาการปวดท้อง ไม่มีอะไรเลย

🩺 แพทย์เห็นน้ำตาลสูงมาก จึงตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม
และพบว่าน่าจะเป็นเบาหวานชนิด 2 เรียบร้อยแล้ว
ตรวจตับพบว่า เป็นไขมันพอกตับแล้ว


💉 ก่อนที่จะเกิดเหตุอะไรไปมากกว่านี้ หมอรักษาแบบชุดใหญ่
อินซูลินลดน้ำตาล กรองเลือด (Plasmapharesis) เพื่อลดไตรกลีเซอไรด์ จนกระทั่งเริ่มต่ำกลับมาใกล้ปกติแล้ว

ทีมโภชนาการของ รพ. ก็จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ
ให้คำแนะนำสารพัด ให้กลับมากินอาหารมื้อตามปกติ
ก่อนที่จะให้เขากลับบ้านไป


🔬 ประเด็นสำคัญของเคสนี้คือ ไม่รู้ว่าเดิมทีมีดื้ออินซูลิน/เบาหวานมาก่อนแล้วหรือไม่ แต่น้ำผลไม้ที่มีฟรุกโตสสูงมาก เข้มข้นมาก สามารถ
* ตับรับไป 90% เปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้ไวมาก
* ส่งออกสู่กระแสเลือดได้จนสูง ที่ส่งออกไม่ได้ก็พอกตับ
* เปลี่ยนแปลงจุลชีพในลำไส้ เหนี่ยวนำการอักเสบจนดื้ออินซูลิน เป็นเบาหวานได้


💡 จริง ๆ แล้วน้ำผลไม้หลายชนิด แม้จะไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม ก็ยังมีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ในปริมาณสูง โดยเฉพาะเมื่อคั้นออกมาเข้มข้น จึงดื่มได้ง่ายกว่าการกินผลไม้ทั้งลูกมาก ทำให้ได้รับน้ำตาลในเวลาอันสั้นโดยไม่รู้ตัวค่ะ

ดังนั้นเพจไม่ได้ห้ามการกินผลไม้เลยนะ
แต่ขอแบบผ่าน process น้อยๆ กินอย่าเยอะ
เท่านั้นเองค่ะ


🍊 เคสนี้ซัดน้ำผลไม้เวอร์สุดๆ แต่ก็ถือเป็นว่านิมิตหมายที่ดีให้เราได้เห็นว่าสุดโต่งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นระหว่างน้ำผลไม้ กับผลไม้ ระมัดระวังน้ำผลไม้ให้ดี เพราะมันอัดแน่นไปด้วยน้ำตาลค่ะ ในขณะที่ผลไม้เป็นลูก มีกากใหญ่ มีสารต่างๆ มากมาย

แต่ไม่ว่าจะน้ำผลไม้ หรือผลไม้
กินอย่างพอเหมาะก็ปลอดภัยค่ะ อย่าซดกันแบบนี้เลย ขอ

29/06/2026

💞​29มิถุนายนของทุกปี วันเทคนิคการแพทย์ไทย
#นักเทคนิคการแพทย์
#ฉันคือนักเทคนิคการแพทย์
#ภูมิใจในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
#สภาเทคนิคการแพทย์

17/06/2026

วันพฤหัสบดี 18 มิ.ย. 69
คลินิกหยุดให้บริการ 1 วัน
ขออภัยในความไม่สะดวก 🙏🏻

HPV
08/06/2026

HPV

ชักจะไปกันใหญ่! สาวๆบางคนถึงขั้นจะทำท่า‘สวอต‘ตอนเข้าห้องน้ำสาธารณะซะแล้ว 55555
บางคนนี่ตูดห้ามแตะชักโครกเด็ดขาด เพราะกลัวเชื้อ HPV จะสปริงข้อเท้ากระโดดเข้าปากมดลูก
เพราะหลายคนอ่านข่าวแล้วหลอน กลัวไวรัส HPV หรือไวรัสที่ทำให้เป็น"มะเร็งปากมดลูก"ได้ ซึ่งมะเร็งอันดับ 2 ของหญิงไทย เป็นรองแค่งมะเร็งเต้านมเท่านั้น ที่จริงอันดับตารางมันก็เปลี่ยนไปมาตลอด บางทีก็หลุดอันดับไม่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรป แต่มะเร็งปากมดลูกมันก็วนเวียนอยู่ในท็อปโฟร์ทีมหัวตารางนี่แหละครับ
มันเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ที่เจอบ่อยๆคือ
กลุ่มความเสี่ยงสูง
• สายพันธุ์ 16 และ 18 พบในมะเร็งปากมดลูกถึง 70%
กลุ่มความเสี่ยงต่ำ
• สายพันธุ์ 6 และ 11 ไม่ก่อมะเร็ง แต่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก
สาเหตุหลักแบบ 99.99% คือ "การมีเพศสัมพันธ์" หรือเอาอะไรที่มีเชื้อ HPV ไปเสียดสีเยื่อบุผิวบริเวณอวัยวะเพศ หรือเสียบเข้าไปข้างในมันก็ติดได้
อย่างเซ็กส์ทอยก็ใช่ แกๆ ชั้นยืมเสียบหน่อยสิ หยั่งงี้มีโอกาสติด
แกๆ ชั้นยืมมะเขือยาวหน่อย จะเอาไปผัด อันนี้ไม่ติด อะไรวะเนี่ย 5555
ไวรัส HPV มันไม่มีปีกบิน และไม่มีขาเดิน ถ้าทำกิจกรรมเข้าจังหวะ(ที่ไม่ใช่ไปเต้นแอโรบิกสวนลุมนะ เพศสัมพันธ์นั่นแหละ อย่าซื่อหลาย) แล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้ออยู่บริเวณผิวหนังรอบๆ น้องไวรัสก็สามารถย้ายค่ายข้ามไปฝั่งนู้นได้ทันที
ปิ๊กระจู ก็เหมือน USB เสียบคอมตัวนั้นที
ตัวนี้ที ก็อาจติดไวรัสได้ นี่แหละจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมมีคู่นอนหลายคน มีความเสี่ยงสูง
พอเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มันไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งในวันรุ่งขึ้นนะครับ แต่มันทำงานเป็นขั้นเป็นตอน บางทีฟักตัวนาน 10-20 ปี นานจนลูกบวชได้เลยนั่นแหละ
มันรอให้เราไปตรวจสุขภาพ แต่เราก็มิได้ไปเนาะ
การตรวจคัดกรอง
1. ตรวจแป๊ปสเมียร์(Conventional Pap Smear)
บางคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊... “แป๊บ” มันมาจากไหนนะ มาจากการถ่างขาแป๊บๆให้หมอตรวจรึเปล่า หรือจะเกี่ยวกับท่อแป๊บ 555555 ใครจะเอาท่อแป๊บมาทำอะไรกับน้องจิ๋มล่ะ ที่จริงแล้ว Pap (แป๊ป) มาจากนามสกุล Dr. George Papanicolaou คุณหมอชาวกรีกผู้คิดค้น
เค้าจะป้ายเซลล์ตรงปากมดลูก แล้วเอามาปาดลงบนแผ่นกระจกสไลด์ เซลล์มันจะนอนทับถมกันหนาเตอะ ส่องกล้องทีตาแทบแตก ความแม่นยำ 50-70% ตะนี้ ไหนๆก็ถ่างขาแล้ว บางทีหมอเค้าก็มักจะทำการตรวจภายในแถมไปด้วยเลย

2. ตรวจแบบแผ่นบางในของเหลว (Liquid-based Cytology)
ใช้แปรงกวาดเซลล์มาเหมือนเดิม แล้วล้างลงในน้ำยารักษาสภาพเพื่อล้างมูกและเลือดออก ก่อนนำไปปั่นแยกเซลล์มาเรียงเป็นแผ่นบาง ดูง่ายขึ้น ความแม่นยำเลยพุ่งไปที่ 70-80%

3. ตรวจหาดีเอ็นเอไวรัสมันซะเลย (HPV DNA Test)
เค้าใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุล (PCR) ที่เราคุ้นชื่อวิธีนี้ตอนโควิดนั่นแหละ ตรวจหา DNA ของไวรัสสายพันธุ์ 16 กับ 18 โดยตรง
ใสอย่างกับตาตั๊กแตน แม่นหยั่งกับรอนนี่ 90% ขึ้นไป
ข้อดีคือ ถ้าตรวจวิธีนี้แล้ว "ผลเป็นลบ" สามารถเว้นการตรวจไปได้ยาวๆ ถึง 5 ปีเต็มเลยครับ
มาดูการป้องกันบ้าง
1. ฉีดวัคซีน HPV ตอนนี้มีแบบ 9 สายพันธุ์ คลุมหมดทั้งตัวก่อมะเร็งและตัวทำหูด ฉีดตั้งแต่อายุ 9 ปี
2. ถ้ากลัวเข็มเจาะเลือด แต่ไม่กลัวเข็มใหญ่เสียบ ให้ใส่ถุงยางอนามัย ป้องกันได้ทุกโรคที่ติดทางเพศสัมพันธ์
3. อย่าลืม ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ขอบคุณน้องเจนนี่และอินฟลูทั้งหลายที่หันมาพูดเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ผมได้เอามาเล่าสู่กันฟังเรื่อยๆ วันนี้เอาเท่านี้ก่อนคร้าบบบบ

ที่อยู่

1/28 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฏร์ธานี
Wiang Sa
84190

เวลาทำการ

จันทร์ 06:30 - 19:30
อังคาร 06:30 - 19:30
พุธ 06:30 - 19:30
พฤหัสบดี 06:30 - 19:30
ศุกร์ 06:30 - 19:30
อาทิตย์ 07:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66925915199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มนทิตา คลินิกแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง มนทิตา คลินิกแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์:

ทางลัด

แชร์