Inside Krabeeputh เผยชีวิตการฝึกตน ความรู้ ความคิด และจิตวิญญาณของ #กระบี่พุทธมนุษย์กินพืช #กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตน

นิยามความเป็นตัวผม
==============
> เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง (a Buddhist)
ผมเคยเป็นเด็กวัดเรียนในวัดมาก่อน เคยได้รับการอบรมบ่มสอนด้วยธรรมะจากพระและครูบาอาจารณ์ พอเติบโตสู่วัยรุ่นและเรียนจบได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกทั่วไปก็พยายามจะดำเนินชีวิตตามหลักพุทธศาสนาสำหรับฆราวาสอย่างน้อยที่สุดก็คือ "ศีล 5" แม้จะทำได้ไม่ดีนักก็ตาม เพราะบ่อยครั้งที่เราก็แพ้จิตใจตัวเอง โดนครอบงำด้วยกิเลสตัณหา โลภ โกรธ หลง
> เป็นนั

กมังสวิรัติ (a Vegetarian)
ผมทานมังสวิรัติมาตั้งแต่อายุประมาณ 9-10 ขวบ เริ่มจากการที่แม่พากินเชิงบังคับหน่อยๆ และต่อมาได้ตั้งตบะกับพระไว้ตั้งแต่เด็กว่า "จะทานมังสวิรัติให้ได้ตลอดชีวิต" นับมาจนถึงปัจจุบันผมทานมังสวิรัติมาได้ 30 กว่าปี ถือว่าไม่เป็นต้นเหตุแห่งการฆ่าเพื่อกินมาครึ่งชีวิตแล้ว
> เป็นเจ้าของฟาร์มเล็กๆ (a Farmer)
ผมโดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้สร้างอาชีพและเป็นเจ้านายตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นความใฝ่ฝันของผมมาตลอดว่าอยากจะมีบริษัทของตัวเองทำธุรกิจอะไรสักอย่าง จนมีบริษัทตัวเองเล็กๆ ที่ทำด้านระบบสถานีโทรทัศน์ แต่แล้วก็มาได้รับผลกระทบหนักจากภาวะทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมด้าน broadcast TV โดน disrupt หนักมากจากสื่อออนไลน์ และการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ในต้นปี พ.ศ. 2563 จนถึงปัจจุบันมาซ้ำเติมเข้าไปอีก ยิ่งทำให้ทรุดเลย จึงคิดจะเปลี่ยนไปทำงานทางด้านอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพตามที่ตัวเองสนใจมานาน จึงได้กลับมาอยู่บ้านเกิดทำ "ฟาร์มเฮือนซายโท่ง" ในรูปแบบโคกหนองนาโมเดลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา

ความสนใจส่วนตัว
============
- สุขภาพการกินอยู่ที่ดี (Health & Wellness)
- เกษตรกรรม (Agriculture)
- อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy Foods & Beverages)
- เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
- การท่องเที่ยว (Travel)
- จิตวิญญาณ (Spirituality) และพุทธศาสนา (Buddhism)

เป้าหมายชีวิต
=========
> ต้องการพิสูจน์ศักยภาพความเป็นคน เกิดมาแล้วชาติหนึ่งจะสามารถไปตามฝันได้แค่ไหน?
> ในบั้นปลายชีวิตอยากอยู่กับธรรมชาติ มีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่อย่างสุขสงบ (Self-actualization)

นอกจากเพจส่วนตัวอันนี้แล้ว ยังมีเฟสบุ๊คเพจและกลุ่มอื่นที่สร้างไว้สำหรับเรื่องที่ผมสนใจ สามารถติดตามได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้
> เรื่องการเกษตรตามรอยพระราชดำริ FB Page ชื่อ "เฮือนซายโท่ง Organic Farm & Cafe"
https://www.facebook.com/ZhaiTongHouse
> เรื่องอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
FB Page ชื่อ "Puth's Foods สุขภาพดีด้วยอาหารมังสวิรัติ เจ วีแกน"
https://www.facebook.com/Puthfoods
FB Group ชื่อ "อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy foods & beverages)"
https://www.facebook.com/groups/861546671336665/

05/07/2026
05/07/2026

3/7/2569 สืบเนื่องจากที่ผมเล่าว่า น้องคนหนึ่งอินกับเรื่องที่ผมเล่า เพราะเขาก็เคยเป็นฝ่ายไล่ตามเหมือนกัน ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย อายุ 18 ปี น้องบอกว่า "กว่าจะตัดใจจากคนรักคนแรกได้ ใช้เวลานานถึง 5 ปี และตัดใจได้แบบไม่มีอะไรติดค้างก็คือเห็นเขาแต่งานและมีลูกแล้ว ตอนนั้นมันคือรู้สึกที่สุดของความเสียใจ" ผมฟังแล้วรู้สึกว่าน้องเขาจมปลักหนักมาก ซึ่งน้องเขาก็ยอมรับ และนี่คือบางส่วนที่สนทนากัน
ผม: "อะไรที่ทำให้จมปลักได้ขนาดนั้น?"
น้อง: "ความดีของเขาไง"
ผม: "ดียังไง?"
น้อง: "สมัยเรียนด้วยกัน เขาติวให้ ช่วยเหลือหลายๆ เรื่อง มารับมาส่ง มานั่งรอเรียนหลายชั่วโมง พาไปสอบ เป็นธุระให้ทุกอย่างเหมือนเราเป็นคู่ชีวิต อยากไปไหน อยากกินอะไร เค้าจะหามาให้เรากิน และอื่นๆ อีกสุดพรรณนา"
ผม: "ดูออกว่าน้องโคตรอ่อนไหวเลย"
น้อง: "อ่อนมากพี่"
ผม: "ความดีแบบนั้นเล็กน้อยมาก เป็นแค่พื้นฐานที่เขาอยากได้ใจเราก็ตามใจเอาใจเรา น้องต้องเลิกนิยามความดีแบบเดิม เลิกคิดว่าการเอาอกเอาใจเราที่ตามจีบเราเป็นความดี มันไม่ใช่ นั่นคือจีบกันธรรมดา ความดีที่แท้จริงคือ การลดกิเลส!!"

คราวนี้น้องก็เลยได้เปิดว่าตัวเองปฏิบัติอะไรได้บ้างอย่างถ่อมตนว่า “หนูทำได้นิดหน่อย ถือศีล 5 กินมังสวิรัติได้ 5 ปีแล้ว และไม่มีอบายมุขด้วย” ผมก็อึ้งดิ นึกว่าน้องเป็นคนทั่วไปไม่มีพื้นฐานการปฏิบัติอะไรเลย น้องน่าชื่นชมมากที่สามารถปฏิบัติได้เองจากแค่เพียงอ่านธรรมะของพ่อครู #สมณะโพธิรักษ์ ทางออนไลน์เท่านั้น และเพิ่งมาติดตามผมในเพจนี้แค่ 1 ปีเอง ผมเข้าใจว่าน้องน่าจะยังไม่เคยไปร่วมกิจกรรมใดๆ ในหมู่กลุ่มชาวอโศกเลย แต่น้องก็สุดยอดมาก👍 เลยบอกน้องไปว่า "สิ่งที่น้องปฏิบัติอยู่นั้นถูกต้องแล้ว นั่นคือพื้นฐานการปฏิบัติธรรมของชาวอโศกเลย รู้ตัวไหมว่าน้องมีบารมีเก่านะ แค่ฟัง/อ่านธรรมะก็ทำได้ขนาดนี้แล้ว และนี่คือความดีที่แท้จริงที่มีในตัวน้อง คราวหน้าอย่าไปเสียศักดิ์ศรีวิ่งตามไอ้หนุ่มที่มาจีบ มาเอาอกเอาใจเราแบบเดิมอีก"

ทั้งหมดที่ผมเล่ามานี้ น้องไม่ได้บอกว่าต้องปกปิดหรือให้เปิดเผยได้ แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ดีและควรเผยแผ่เป็นบทเรียนให้ทุกคนที่ได้มาอ่าน ผู้หญิงมักจะนิยามความดีผิดๆ คิดว่า การเอาอกเอาใจเรา ทำโน้นทำนี่ให้เราสารพัดอย่าง นั่นคือเขาเป็นคนดี แต่เปล่าเลย...นั่นคือเขาทำดีกับคุณเพื่อหวังผลให้คุณใจอ่อนมอบทั้งร่างกายและใจให้กับเขา คุณก็เป็นของเขาเท่านั้นเอง ไม่ใช่ความดีแท้ ความดีที่แท้จริง คือ การลด-ละ-เลิกกิเลสต่างๆ ที่เรายึดติดออกไปจนสูญสิ้น ยิ่งเราสูญได้มากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ ทำประโยชน์เป็นคุณค่าแก่ผู้อื่น แก่สังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้อย่างไม่หวังผลตอบแทน เพราะไม่เห็นแก่ตัว ไม่สนองกิเลสตัญหาให้ตัวเองแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่น้องจมปลักอยู่กับแฟนเก่านานถึง 5 ปี จนเขามีลูกมีเมียแล้วจึงตัดใจได้ เพราะคิดว่าเขามาเอาอกเอาใจเราคือเขาดีตามนิยามผิดๆ อย่างคนทั่วไปเข้าใจกัน แต่…เมื่อไหร่คุณหลุดออกมาได้ แล้วมองกลับไปจะเห็นว่าสิ่งนี้ขี้ประติ๋วมาก ซึ่งน้องก็ยอมรับว่าเสียเวลาไปกับความดีขี้หมานี้ไปนานหลายปี ผมถามน้องว่า "ถ้าไปเจอความดีที่สูงกว่าแบบนั้น หนูจะไม่ผูกพันไปข้ามภพข้ามชาติเหรอ?" น้องตอบว่า "เอออ..อันนี้ไม่รู้ตอบยาก เพราะยังไม่เจอไง คนดีหายากนะพี่"

05/07/2026

1/7/2569 เมื่อวานได้คุยกับพี่คนหนึ่ง พี่เขาบอกว่าผมกล้ามากที่กล้าเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวทั้งที่คนทั่วไปจะปกปิด ผมจึงจะบอกอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนได้รู้ด้วยว่าผมคิดยังไง?

ผมเป็นนักเดินทางและกำลังเดินทางบนเส้นทางนี้ไปสู่เป้าหมายปลายทางซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่จะไปถึงอะนะ 555😅 แต่พยายามพากเพียรอยู่ (ทุกคนคงรู้ว่าเส้นทางนี้จะไปไหน) และกว่าผมจะมารู้แจ้งแก่ใจตัวเองว่าเราได้อะไรและยังไม่ได้อะไร (Self-realization) อายุก็ปาเข้าเลข 4 แล้ว ผมหลงโลกอยู่ตั้งนานทั้งๆ ที่เคยอยู่ในชุมชนชาวอโศกที่พ่อครู #สมณะโพธิรักษ์ นำพาสร้างมาตั้งแต่ผมยังเด็ก (ประมาณ 9-10 ขวบ) ผมจึงอยากเอาตัวเองเป็นกรณีศึกษา ตีแผ่ความจริงทั้งด้านดีและชั่วใน “ความเป็นคน” ให้ทุกคนได้เห็น โดยเอาผมนี่แหละเป็นหุ่นทดลองเพราะผมเอาคนอื่นไม่ได้ ผมรู้ว่าใครๆ ก็คงไม่อยากให้คนอื่นมองเราไม่ดี/แย่หรอกใช่ไหมล่ะ? แต่ผมกลับรู้สึกไม่กลัวว่าใครจะมองผมไม่ดีหรือกลัวว่าจะไม่มีใครมาชื่นชมหรือสรรเสริญเยินยอผมนะ และผมก็ไม่ได้ทำเพื่อให้ใครมาสรรเสริญด้วย และไม่กลัวใครจะเอาไปติฉินนินทาว่าร้ายต่างๆ นานา เหล่านี้เป็น #โลกธรรม8

ทำไมน่ะหรือ? เพราะผมเชื่อว่าถ้าใครมีภูมิปัญญาก็จะมองเห็นว่าผมกำลังชี้ให้คุณเห็นอะไร? และในบางครั้ง/บางช่วงชีวิตคุณอาจจะเจอเหตุการณ์แบบผมในเรื่องนั้นๆ ก็จะได้เอาเรื่องที่ผมเปิดเผยนี่แหละไปเทียบเคียง/อ้างอิงแล้วศึกษาว่าผมทำอะไรและอย่างไรบ้างจึงหลุดออกมาได้ คุณก็จะได้มีแนวทาง/ไกด์นำสำหรับตัวคุณเอง ส่วนใครจะมองด้วยอคติ/เพ่งโทษ มองหาจุดจับผิดผม ก็เป็นเรื่องของเขา ผมห้ามไม่ได้ และถ้าเขาจะเอาสิ่งนั้นมาทำร้ายผม ผมจะก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าสิ่งนั้นผมยังไม่ชนะ เหมือนกับที่ผมเล่าเรื่องการต่อสู้ในใจเรื่องผู้หญิงให้ทุกคนฟังและยอมรับทุกครั้งว่าผมยังไม่พ้นเรื่องผู้หญิงนะ ยังต้องต่อสู้เรื่องนี้อยู่!!

นี่คือห้องเรียนในโลกชีวิตจริง ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมามีตัวตนจริงๆ อยู่บนโลกใบนี้เหมือนทุกคน มีทั้งความดีที่เป็นตัวอย่างให้ทุกคนได้ แถมผมก็ป่าวประกาศและยืนหยัดยันให้ทุกคนรู้ด้วยซ้ำ จะว่าอวดอุตริมนุสธรรมก็ยังได้เลย และมีทั้งความเลวอยู่ในตัวเองที่ผมจะต้องพัฒนาแก้ไขปรับปรุงอีกมากมายด้วย ผมไม่หลอกใครว่าผมดีทุกอย่างแล้ว เพื่อหลอกล่อเอาผลประโยชน์จากทุกคน และสักวันหนึ่งผมก็ต้องตายจากโลกนี้ไป เรื่องราวชีวิตของผมเท่านั้นที่จะหลงเหลือให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ดังนั้นนี่คือ "วิทยาทาน" ที่ผมให้แก่ผู้คนได้ฟรีๆ ไม่ต้องใช้ทุนรอนอะไร และมันจะ "ทรงคุณค่า" ถ้ามีใครสักคนได้ประโยชน์จากสิ่งนี้แก่ชีวิตของเขา แม้เพียงคนเดียวก็คุ้มค่าแล้วครับ ✨

และผมกล้าพูดเลยว่าใครก็ตามไม่ต้องมาเคารพหรือศรัทธาอะไรผมเลยก็ได้ ผมกระดากใจที่จะรับ แต่เมื่อไหร่ที่คุณทำได้ เอาแค่ทำได้อย่างผมนี่แหละ เจอผัสสะเรื่องอบายมุขหยาบๆ เช่น เหล้า บุหรี่ การพนัน หวย/ล็อตเตอรี่ ยาเสพติดทุกชนิด เนื้อสัตว์ อาหารที่ชอบ สิ่งของที่ชอบ ฯลฯ หรือกินมื้อเดียวได้อย่างไม่หวั่นไหว คุณจะเกิดความศรัทธาในตัวเอง (เชื่อมั่น - confidence) แล้วคุณก็จะเคารพและศรัทธาของคุณเองโดยไม่มีใครบังคับ (ตัว “ #ศรัทธา” เป็นผลที่เกิดจากการปฏิบัติศีลสังวรและอปัณกธรรม 3 เป็นองค์ธรรมอันแรกของสัทธรรม 7 และเป็นองค์ธรรมอันหนึ่งในจรณะ 15) เหมือนที่พ่อครูท่านเปิดเผยเรื่องราวของชีวิตของท่านและสัจจะธรรมออกไปสู่สังคมโดยไม่ได้บีบบังคับใครให้มาเชื่อท่าน ผมเป็นเพียงลูกหลานทางธรรมคนหนึ่งที่ทำตามแบบอย่างที่ท่านนำพาทำ จากล้มลุกคลุกคลานจนทำได้นิ่ง ไม่หวั่นไหว (เป็น “ #สัมมาสมาธิ”) และมีสภาวะตรงกันกับธรรมที่ท่านเทศน์อธิบาย ผมก็ยิ่งศรัทธาและเคารพบูชาท่านอย่างสุดเกล้าเหนือเศียรเลย 🙏

ไม่ต้องเชื่อผม แต่จงมาคบคุ้นแล้วลองปฏิบัติลด-ละ-เลิกกิเลสไปเรื่อยๆ จนมันเกิดสภาวะอย่างที่ผมอธิบายนี้แล้วคุณจะร้อง “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” คุณจะเข้าใจคำว่า “ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ” อย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ในจิตใจตัวเองเลย ไม่ใช่รู้แค่ภาษาว่ามันแปลว่า “รู้ได้เฉพาะตน” เท่านั้น!! ✨

เรื่องราวชีวิต #กระบี่พุทธมนุษย์กินพืช #กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตน #เฮือนซายโท่ง #โคกหนองนาโมเดล #เศรษฐกิจพอเพียง

05/07/2026

1/7/2569 ปลดปล่อยสิ่งที่ยังค้างคาใจหรืออาลัยอาวรณ์ กลับคืนสู่อิสระภาพ 🦅🕊️

เรื่องเล่านี้จะเป็นตอนสุดท้าย EP.3 สำหรับเรื่องน้องแอล (นามสมมติ) เพราะตอนนี้ผมตกผลึกความคิดตัวเองได้แล้ว แม้ตอนแรกใน EP.1 จะตัดสินใจถอยออกมาแล้วแต่ใจลึกๆ กลับยังไม่อยากถอยอย่างที่พูด เมื่อเขาตอบให้เราใจฟูใน EP.2 ก็เลยเคลิ้มอยากกลับไปคุยต่อ แต่น้องจะขอถอยออกไปบ้างเราก็เลยเกิดอาการอาลัยอาวรณ์ ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 2 วันแล้ว และได้ฟังมุมมองความคิดเห็นจากแหล่งต่างๆ แล้ว ต่างก็ยืนยันตรงกันว่า "ต้องถอยออกมา" ให้ได้จริงๆ ตามที่เราตัดสินใจไปใน EP.1 นั้นถูกต้องแล้ว
เราต้องปล่อยเขาไปจริงๆ แล้ว เมื่อวานผมจึงไปไล่ลบข้อความที่ส่งไปแล้วน้องเขายังไม่อ่าน เพราะคิดว่าที่พิมพ์อธิบายต่างๆ นานาไปนั้นยังไงก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก เรากำลังวิ่งไล่ตามคนที่เขาไม่ได้แคร์/ไม่สนใจเราเลย เขาจะรำคาญเราด้วยซ้ำ และยิ่งตามก็ยิ่งทำให้เราดูไร้ค่าด้วย ผ่านมาถึงวันนี้แล้วใจมันก็เริ่มคลายออก ปลดปล่อยสิ่งที่ยังค้างคาใจหรืออาลัยอาวรณ์กลับคืนสู่อิสระภาพ ตามที่จั่วหัว EP.3 นี้เลย

EP1. https://www.facebook.com/share/p/1Eong3U5tG/
EP2. https://www.facebook.com/share/p/1Jbtnoy9oX/

ใน EP.2 นั้นผมมองน้องมีค่าและคู่ควรที่จะเลือก แต่ตอนนี้มาวิเคราะห์หลายประโยคที่ได้คุยกันทำให้รู้ว่าทัศนคติ/มุมมองในความสัมพันธ์ของเราแตกต่างกัน ทั้งการใส่ใจและการคุยกับหลายๆ คนที่เข้ามา (จะจีบหรือไม่จีบก็แล้วแต่) การคุยคือการเปิดโอกาสให้ใครสักคนเข้ามาและขณะเดียวกันก็เป็นการให้ความหวังกับคนคุยไปด้วย (Note: ขึ้นอยู่กับการคุยด้วยนะว่าคุยแบบไหนอย่างไร) และนี่คือ... "การเล่นเกมส์หัวใจ" ใครเอาใจลงไปเล่นก่อนต้องเจ็บ💔!! สำหรับผู้หญิงอาจจะคิดว่าการคุยเผื่อเลือกแบบนี้ไม่ผิด ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด (จริงๆ ก็คือถูกใจตัวเองนั่นแหละ) แล้วยื้อเกมส์นี้ไปอีกนาน นานเท่าไหร่ก็แล้วแต่แต่ละคน ในมุมกลับกันถ้าผู้ชายทำแบบนี้บ้าง แล้วคุณเป็นแค่ตัวเลือกหนึ่งของเขา คุณจะรู้สึกอย่างไร? คิดถึงใจเขาใจเรา (Empathy) ผมคิดว่าคงจะไม่มีใครชอบ!! แม้จะบอกว่าในฐานะคนคุยกันเป็นสิทธิ์ของอีกฝ่ายที่จะคุยกับใครก็ได้ก็ตาม ในแง่ของคนโลกๆ ทั่วไปคิดว่าทำอย่างนี้ไม่ผิด เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วไป แต่ในแง่ของธรรมะมันคือการสร้างเวรสร้างกรรม ถ้าคนใดคนหนึ่งมันรักมากแล้วผิดหวัง ก็จะผูกใจเจ็บ อาฆาตแค้นพยาบาท ถ้าควบคุมไม่ได้มันอาจจะเลยเถิดไปถึงขั้นเอาชีวิตกันเลยก็เป็นได้ตามที่เราก็เคยเห็นในข่าว คิดดีๆ ว่ามันใช่หรือไม่? ในอดีตผมเองก็เคยทำนิสัยไม่ดีแบบนี้มาก่อน แต่ปัจจุบันเราตั้งใจจะไม่ทำแบบนั้นแล้วมันบาปกรรม!!

และผมได้ฟังและอ่านทฤษฏีปล่อยเขา (Let Them Theory) ขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้
👉 ถ้าเขาเลือกอย่างอื่นแทนเรา ไม่ว่าจะเป็นงาน เพื่อน หรืออะไรก็ตาม จงปล่อยเขาไป (Let them) ไม่ต้องพยายามรั้ง ถ้าเขาให้ความสำคัญกับเราจริงๆ เขาจะเลือกเราโดยไม่ลังเล แต่ถ้าเขาเลือกสิ่งอื่นก่อนเรา เลือกความสบายของตัวเองก่อนความรู้สึกของเรา นั่นคือเขาเลือกแล้วนะ เขาไม่ได้เลือกเรา จงปล่อยเขาไป (Let them)!! เราไม่ควรไปแย่งตำแหน่งในชีวิตใคร ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันเพื่อให้ได้พื้นที่เล็กๆ ของคนที่ไม่ชัดเจนให้เขาเลือกเรา
👉 ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ถ้าเขาอยากอยู่เขาก็จะอยู่ ถ้าเขาอยากเลือกเราเขาก็จะเลือก ถ้าเขาไม่เลือกนั่นคือคำตอบเขาแล้ว ไม่ต้องถามซ้ำ ไม่ต้องรอ และไม่ต้องเดาอีก เช่น เรื่องความสัมพันธ์ เขาบอกว่าเขายุ่งแต่เขามีเวลาไปเจอกับคนอื่น เขาไม่ใช่ไม่มีเวลานะแต่...เขาแค่ "ไม่เลือกเรา" เท่านั้นเอง!! และอีกตัวอย่างหนึ่ง เรื่องแชท/การติดต่อ ถ้าเราต้องสวมบทเป็นฝ่ายไล่ตาม (Pursuer) พยายามทักก่อนตลอด คอยประคับประคองแชทไม่ให้เงียบ แต่ว่าเขากลับตอบช้า หายไปนานๆ หรือไม่สนใจเรา แล้วเราต้องคอยแกัตัวแทนเขาว่า เขาคงยุ่ง คงเหนื่อยงาน เพื่อปลอบใจตัวเองให้รู้สึกดี แบบนี้คือเขาเลือกที่จะไม่ให้ความสัมพันธ์กับเรา ดังนั้น หยุดไล่ตาม ปล่อยเขาไป (Let them) เราไม่ควรเอาทั้งวันไปแขวนไว้กับข้อความจากคนที่ไม่คิดจะรักษาความรู้สึกเรา
ผมฟังซ้ำๆ และทบทวนตัวเองหลายๆ รอบก็รู้สึกว่ามันตรงกับสถานการณ์ของผมตอนนี้มากเลย จึงทำให้คลายใจได้มาก ต้องหยุดวิ่งตามความรักที่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้/มีอยู่หรือเปล่า?

ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้ตัวเอง "อย่าเผลอใจ อย่าห่างใจ" ให้อารมณ์อยากมีใครสักคนมีฤทธิ์แรงจนทำให้เราเผลอใจอินไปกับใครได้ง่ายๆ เราจะถูกมองเป็นคนใจง่าย และมันจะเป็นตัวร้ายที่นำพาเราไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนอีก (คนเก่าก็ยังตัดไม่ขาด 100% คนใหม่ก็ยังคุยไม่รู้กี่คน) เราจะต้องไม่เป็นหมาบ้านที่หิวโหยเฝ้ารอแต่เจ้านายยื่นเศษเนื้อมาให้เป็นอาหาร เหมือนกับที่เรารอเขาตอบกลับ รอเขาหันมาสนใจ เลิกเป็นตัวเลือกของใครอีกต่อไป "เสน่ห์ที่แท้จริงไม่ได้มาจากการวิ่งตามใคร พยายามทำตัวให้น่ารัก พยายามเอาใจเพื่อให้ใครมารัก แต่มาจากการใช้ชีวิตของเราได้ดีมีความสุขได้ด้วยตัวเอง แม้ไม่มีใครอยู่ข้างๆ" และในวันที่เราไม่หิวความรักอีกต่อไป (Don't hungry for love) คนอื่นจะเริ่มหิวเราแทน (Others hungry for you)

สำหรับผม ผมมั่นใจในตัวเองว่าเราสามารถเติมเต็มให้ตัวเองได้ และมีดีมากเพียงพอที่จะหยิ่งทระนงในเกียรติและศักดิ์ศรีของตน เพราะเราเห็นคุณค่าในตัวเองและเคารพคุณค่าของเราเองอย่างหนักแน่น (ตอนนี้มีดีอะไรดึงออกมาให้หมด ใครจะว่าเราหลงตัวเองหรือมีอัตตาตัวตนก็ตาม เราต้องดึงพลังต่างๆ ที่มันฟุ้งออกไปกลับมารวมให้มีฤทธิ์/ทรงพลังแรงมากพอที่จะดันเราให้หลุดออกจากวงโคจรนี้ไปให้ได้!! 😄)

ในชีวิตผมมีหลายๆ อย่างก็เป็นเช่นนี้ (ไม่ใช่แค่เรื่องผู้หญิง) ผมอาจจะแพ้ใจตัวเองหรือพลั้งเผลอหลงไปอยู่ในสถานการณ์/เรื่องนั้น แต่พอระยะหนึ่งก็จะมีอะไรมาทำให้สะดุด/สะกิดความรู้สึกให้ต้องคิดใคร่ครวญเป็นธรรมาธรรมะสงครามของฝ่ายดีและชั่วเกิดขึ้นในใจอยู่เสมอ มันจึงทำให้ผมได้หลุดอะไรต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ วันนี้ผมอาจจะชนะใจตัวเองจากคนนี้ได้แล้ว แต่ก็อาจจะมีคนอื่นๆ เข้ามาพิสูจน์อีกในอนาคต ผมก็ต้องชนะไปให้ได้เรื่อยๆ จนกว่าจะไม่หวั่นไหวต่อผัสสะ (ผู้หญิง) ที่ยั่วยวนน่าหลงไหล นั่นจึงจะเรียกว่าชนะใจตัวเองในเรื่องเพศตรงข้ามได้ 100% 💪💪

เรื่องราวชีวิต #กระบี่พุทธมนุษย์กินพืช #กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตน #เฮือนซายโท่ง #โคกหนองนาโมเดล #เศรษฐกิจพอเพียง

05/07/2026

28/6/2569 ผมเก่งแต่ปาก!! ผมด่าตัวเองไว้ก่อนเลย เพราะวันก่อนผมเล่าให้ทุกคนฟังว่าผมขอถอยจากน้องแอล (นามสมมติ) ออกมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิม แต่ผมยังทำไม่ได้!!!

ผมจะเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นกับผมจริงๆ ให้ฟังเพราะผมรู้ว่าพวกคุณหลายคนสนใจเรื่องแบบนี้ 5555😂 และหลายคนก็อาจจะเคยเป็นคล้ายๆ กันกับผมในรายละเอียดอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง เพียงแต่หลายคนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเหมือนผม ใครไม่เข้าใจต้นเรื่อง อ่านตอนที่ 1 ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/share/p/1Eong3U5tG/

ต้องย้ำอีกครั้งก่อนว่าเรื่องนี้ ผมกับน้องแอลยังอยู่แค่ขั้นคนคุยกันนะครับ ไม่มีสถานะอะไรกันมากกว่านี้ แต่ใจผมล้ำหน้าไปก่อนไกลมากแล้ว 555😅 และจริงๆ ใจผมก็ยังไม่ได้อยากเลิกคุยกับน้องหรอก แต่ตอนนั้นน้องไม่ตอบไม่อธิบายให้เคลียร์ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองถูกด้อยค่ามากที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน คนเก่าก็ยังคาราคาซังไม่เลิกเด็ดขาด คนใหม่ทักมาก็ยังมีคุย จึงเห็นว่าเราไม่ควรอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น ทั้งๆ ที่ผมจริงใจกับน้อง คุยกับน้องคนเดียวไม่คุยกับผู้หญิงอื่นเผื่อเลือกเพราะก่อนหน้านี้ตั้งใจโสดอยู่แล้วจึงไม่ได้คบใครหรือคุยกับใครนอกจากน้อง จึงตัดสินใจบอกน้องว่าขอถอยออกมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมดีกว่า

วันต่อมาน้องเขาก็มาตอบข้อความยาวๆ ผมย่อสั้นๆ ละกัน น้องยังยืนยันว่า “ตอบคนที่ทักเข้ามาตามมารยาทและแสดงขอบเขตชัดเจนว่ากำลังดูอยู่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่” และบอกว่า "สำหรับหนูแฟร์ให้กับทุกคนถ้าช่วงศึกษากันอยู่ประเมินกันอยู่ ถ้าเขาจะมีคนทักเข้ามาก็ไม่ได้ว่าอะไรเป็นสิทธิ์ของเขา" และน้องยืนยันว่า "ไม่ใช่คุยหลายคนเท่ากับจะชอบจะให้ใจทุกคน" คำตอบเหล่านี้ยังไม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย เพราะผมคิดว่าไม่ว่าใครจะทักมาหาก็ไม่จำเป็นต้องไปตอบเลยก็ได้นี่ เดี๋ยวเขาก็เงียบหายไปเอง ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเวลาและวุ่นวาย ถ้าไม่คิดจะคบหาใครจะเปิดโอกาสทำไม?
แต่...มีประโยคหนึ่งที่ทำให้ผม❤️หัวใจฟูขึ้นมาเลย คือน้องบอกว่า "ที่ตอบเยอะสุดก็มีพี่นี่แหละ แต่ถามว่ามีคนเข้ามาไหมหรือกับคนเก่าทักมาไหม ก็ทัก พี่ถามแบบนี้ก็ตอบตรงไปตรงมาไม่ได้โกหกตลบตะแลง" มันก็ทำให้เราคิดว่าน้องคงมีใจบ้างแหละ ไม่งั้นไม่มาตอบอธิบายอะไรยืดยาวหรอก จึงบอกน้องไปว่าหายงอนละ 55555😅
แต่...น้องตอบกลับมาว่า "หนูขอพอแค่นี้ หนูเหนื่อยแล้ว จริงๆ หนูไม่คู่ควรกับใคทั้งสิ้น ควรอยู่คนเดียวและจะได้ไม่ทำให้ใครลำบากใจ อย่างที่บอกหนูขอถอยนะคะ" ประโยคนี้ทำให้ผมเจ็บจี๊ดในหัวใจเลย เศร้า!!😔💔 น้องยังตอบเสิรมอีกว่า "หนูเหนื่อยใจๆ ค่ะ การที่ใส่ใจใครสักคนมันใช้พลังงานเยอะมากค่ะ" และบอกว่า "ทำงานใช้พลังงาน พลังความคิดจนไม่ได้คิดเรื่องความรักความใคร่จนขาดทักษะเรื่องความรู้สึก" ประโยคหลังนี่คงจะจริง เพราะจากที่สัมผัสมาก็เป็นแบบนั้น น้องโฟกัสแต่งานของตัวเองเลยไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไหร่

เมื่อเช้าตื่นมาตี 3 กว่าในหัวก็ครุ่นคิดแต่เรื่องของเขาตลอดเวลา ตอน 7 โมงเช้าจึงโทรไปหาเขาแต่เขาไม่สะดวกบอกมาว่ามีงานต้องทำแล้วก็วางสายไปเลยยังไม่ได้คุยอะไร ผมก็ยังทุกข์ใจคิดวนเวียนแต่กับน้องตลอดอยู่ ใจมันคิดว่าก่อนนี้น้องก็คงจะมีใจให้กับเราอยู่บ้างแหละแต่ตอนนี้น้องจะถอยละ ใจมันเลยอาลัยอาวรณ์ไม่อยากเสียน้องไป พยายามถามตัวเองทำไมเรายังออกจากอารมณ์ตรงนี้ไม่ได้ อะไรที่มันเหนี่ยวรั้งเราไว้นะ?!

วันนี้ก็เลยได้ประมวลความคิดตัวเองว่า...ผมตั้งใจจะรักษาพรหมจรรย์ครองตนเป็นคนโสดและทำมาได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว ถ้าผมจะแพ้ใจตัวเองไปเป็นคนมีคู่ คุณสมบัติผู้หญิงในอุดมคติที่ผมจะเลือก มีดังนี้
1. ไม่มีอบายมุขและสิ่งเสพติด ข้อนี้สำคัญเป็นข้อแรกที่ผมพิจารณาผู้หญิงทุกคนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตผมเลย เพราะผมเห็นผู้หญิงหลายคนสวยๆ เยอะแยะแต่ยังเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นหวย เล่นการพนัน ไม่แพ้ผู้ชายเลย บางคนสำส่อนไม่เลือกคนด้วยซ้ำ ความสวยอาจจะทำให้ผมหลงรูปไปชั่วคราวแต่สุดท้ายก็ต้องเลิกไป ผมเคยเจอมากับตัวเองแล้วแบบนี้ไปกันไม่รอด เพราะผมไม่มีอบายมุขเหล่านี้แล้วและทุกวันนี้ก็ตัดขาดไม่กลับไปแตะเลย ถ้าผมคบกับผู้หญิงที่มีอบายมุขคนที่ต้องทุกข์เวทนาก็คงต้องเป็นผมแน่ๆ และเขาก็คงจะไม่มีความสุขด้วยสุดท้ายก็ต้องเลิกลากันไป แต่ก่อนตอนที่อยู่กรุงเทพฯ เวลาผมออกไปพบลูกค้าเคยอนุโลมให้ตัวเองให้ดื่มไวน์ได้ 1-2 แก้ว บางทีก็จิบเบียร์นิดหน่อย 1-2 อึก (ไม่ใช่เป็นแก้วนะ) หรือตอนเรียนหลักสูตร DSTARTUP ที่ม.ศรีปทุม ก็ยอมไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ จนรู้สึกเมาเหล้าเป็นครั้งแรก (อาการมันจะมึนๆ และง่วงนอน) และได้สัมผัสอาการเมาครั้งนั้นครั้งเดียวในชีวิต ที่ทำไปนั้นเพียงเพื่อต้องการเอาสังคมเพื่อนแม้ผมจะไม่ได้ติดเหล้าก็ตาม แต่วันหนึ่งพบว่ามีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งไม่ดื่มเหล้าเลย ไม่ต้องทำเพื่อเอาสังคมห่าเหวอะไรนี่เลยแม้เพื่อนๆ ในคลาสจะพยายามบังคับให้ดื่มก็ตาม มันทำให้ผมสะดุดและสำนึกขึ้นได้ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เอาตัวไปเกลือกกลั้วให้แปดเปื้อนเป็นมลทินอีกเลย สนุกไปกับเพื่อนๆ โดยไม่ต้องดื่มได้ ถ้าจะดื่มก็เป็นน้ำเปล่าหรือน้ำอื่นๆไป ก่อนนี้ก็ทำแบบนี้แต่มาเสียรู้ตอนเรียนหลักสูตรนี่แหละ เรื่องนี้พ่อครู #สมณะโพธิรักษ์ ก็เคยเทศนาสอนไว้ว่า "เมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ติดในสิ่งใดก็ควรเลิกให้มันเด็ดขาด ทำให้มันบริสุทธิ์ จึงจะเรียกว่าหลุดพ้นในสิ่งนั้นได้จริงแท้ ตัดรอบให้เป็นเรื่องๆ ไปแล้วจะได้ปฏิบัติเรื่องอื่นๆ ที่ยังไม่ชนะต่อไป" ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกประทับใจ มันใช่ มันแจ่มชัดมาก และทุกวันนี้ผมรู้ตัวแล้วว่าเรามีอาริยคุณในตนระดับใดแล้ว ผมก็ไม่อยากได้คนที่มีอบายมุข ไม่พ้นอบายภูมิมาเป็นคู่ชีวิตซึ่งมันจะบั่นทอนการเจริญในธรรมที่สูงขึ้นของผมด้วย!! ดังนั้นถ้าผมจะยังไม่สามารถรักษาพรหมจรรย์ครองตนเป็นคนโสดได้ หรือยังไม่หมดกามเรื่องผู้หญิง-ผู้ชายได้ ก็ขอให้ผู้หญิงนั้นไม่มีอบายมุขเป็นขั้นต่ำ เพื่อจะได้ไม่ขัดขวางความเจริญในธรรมในภายภาคหน้าของเราทั้งคู่
2. รับในสิ่งที่ผมเป็นได้ ข้อนี้ก็สำคัญมากเหมือนกัน เพราะผมกินอาหารมังสวิรัติ และกินมื้อเดียวด้วย จะไม่สามารถพาเขาไปกินเนื้อสัตว์หรือของอร่อยๆ แบบผู้หญิงทั่วไปอยากจะไปกินได้ หรือถ้าผมไปด้วยก็ได้แค่ไปนั่งเป็นเพื่อนเท่านั้น และถ้าอยากกินนอกมื้อผมก็กินเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้ อยากไปดื่มไปเมาสนุกสนานเฮฮาแบบคนโลกๆ ทั่วไปผมก็ไม่เอาแล้ว ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตที่ไม่ต้องมีอบายมุข กินมังสวิรัติและกินมื้อเดียว ผมก็มีความสุขได้แล้วโดยไม่รู้สึกว่าขาดอะไร มีแต่จะต้องลดละกิเลสในสิ่งต่างๆ ที่ยังหลงยึดติดออกไปให้มากๆ กว่านี้ด้วยซ้ำ ผมตะหนักรู้ถึงจิตใจแล้วว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีเป็นความประเสริฐที่ควรรักษา ผู้หญิงที่จะเข้ามาหาผมนั้นก็ควรจะมาทำอย่างผมด้วยซ้ำไม่ใช่มาดึงผมลงไปต่ำ ดังนั้นผู้หญิงคนนั้นก็จะหมดสนุกแบบโลกๆ ลงไปเยอะมาก เขาจะรับแบบนี้ได้ไหม? ผมว่ามันคงหาได้ยากล่ะ ถึงพอหาเจอบ้างแต่เขาจะเลือกเอาผมหรือป่าวก็ไม่รู้อีกใช่ไหม? นี่แหละผมว่ามันยากขึ้นเรื่อยๆ ละ
3. เป็นคนมีเป้าหมาย มีวุฒิภาวะ/เก่งในการเรียนรู้ ผมยังมีภาระหนี้สินที่ต้องชำระสะสางให้เรียบร้อย จึงยังต้องทำงาน/ธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ไปปลดหนี้สินเก่าให้หมดแม้จะต้องใช้เวลานานหน่อยก็ตาม แต่ความปรารถนาสูงสุดของผมก็ยังอยากสละทุกสิ่งทุกอย่าง ทำตัวเป็น "คนจน (ไม่ถือครองทรัพย์สินใดๆ)" ทำงานเสียสละเพื่อสังคม เพื่อมวลมนุษยชาติตามคำสอนของพ่อครูและพระบรมราโชวาทของในหลวง ร.9 ดังนั้นเมื่อผมพร้อมจะวางทุกสิ่งผู้หญิงคนนี้ก็จะเป็นผู้ดูแลสืบทอดต่อไปเพื่อเลี้ยงชีพของเขาเองและลูกๆ (ถ้ามี) ได้หรือถ้าสามารถพัฒนาการงานให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นก็ยิ่งดีใหญ่ ผมก็จะได้หมดห่วง
4. อายุน้อยกว่าผมแน่นอน ต้องอายุไม่มากเกินไป ยังสาวและสวย/น่ารักในแบบของเขา ร่างกายแข็งแรง มีการออกกำลังกาย/บริหารร่างกายบ้าง ดูแลรูปร่างตัวเองได้ดีไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป เพราะผมเป็นคนใส่ใจสุขภาพตัวเองได้ดีหลายคนที่ติดตามผมก็น่าจะพอทราบ หากวันหนึ่งฝ่ายหญิงอยากมีลูกก็จะมีได้ซึ่งผมก็ไม่ติดแต่ควรจะต้องดูความพร้อมในหลายๆ ด้านก่อน และแม่ผมก็ยังอยากได้หลาน 5555 แต่ถ้าไม่มีลูกเลยเป็นดีที่สุด

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติผู้หญิงที่ผมคาดหวังข้างต้นกับน้องแอลแล้ว พบว่าน้องเขามีทุกข้อ (อวยสุดๆ 🤣🤣)
ข้อ 1. น้องไม่มีอบายมุข อันนี้ผ่าน
ข้อ 2. รับในสิ่งที่ผมเป็นได้ ก็คิดว่าน่าจะผ่านนะเพราะไม่งั้นเขาก็คงไม่คุยกับเรา (คิดเองเออเองไปไหมอ่ะ 555😅)
ข้อ 3. เป็นคนมีเป้าหมาย อันนี้ก็ผ่าน ผมกับน้องรู้จักกันไม่นาน แต่ก็ได้คุยหลายๆ อย่างทำให้รู้ว่าน้องเขามีเป้าหมายชัดและมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ จริงจังกับงานมาก (ถึงขั้นมากไปจนชีวิตไม่สมดุลกับด้านอื่นๆ 555) เราเคยทดสอบ MBTI กัน น้องเป็นคนไทป์คล้ายๆ กับผมด้วย และมีความสามารถในทางดนตรีด้วยแม้จะไม่ได้เก่งระดับมือโปรก็ตาม
ข้อ 4. อายุน้อยกว่าผม อันนี้ก็ผ่าน น้องดูแลตัวเองได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว มีออกกำลังกายบ้างเป็นครั้งคราว แถมน้องเขาเคยเป็นนักกีฬาด้วย

จริงๆ มีผู้หญิงหลายคนที่อาจจะสวย น่ารักและมีเสน่ห์มากกว่าน้องเยอะแยะนะ แต่ที่ผมเลือกน้องเขาเพราะเหตุผลข้างต้นนี่แหละ และผมก็เห็นข้อดีที่น้องเป็นคนรักใครยากและต้องการใช้เวลาเลือกผู้ชายให้นานๆ จนกว่าจะมั่นใจนะ แม้ผมจะมีความรู้สึกอึดอัดบ้างเวลาน้องไม่ใส่ใจไม่สนใจผมเพราะน้องสนใจงานหรืออย่างอื่นมากกว่า และใจผมก็อยากมีสถานะเป็นแฟน อยากยึดเป็นเจ้าของ ยอมรอนะแต่ขอให้เร็วหน่อยก็ดีเพราะผมแก่แล้ว 555😅 การที่น้องเป็นอย่างนั้นจะเป็นสิ่งที่จะปกป้องน้องในวันข้างหน้า หรือถ้าเราได้เป็นคู่กันจริงๆ เมื่อผมตายไปก่อน น้องก็จะสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ และเมื่อเทียบกับสาวญี่ปุ่นที่ผมก็เคยรู้สึกประทับใจก็ไม่ได้ชอบเท่ากับน้องแอล ผมเป็นเพื่อนกับสาวญี่ปุ่นในโซเซียลมีเดียจึงได้เห็น lifestyle ของเขานั้นแตกต่างกับผมมาก แค่ข้อ.1 เรื่องอบายมุขและสิ่งเสพติดก็ไม่ผ่านละ ในอนาคตเขาอาจจะไม่มีก็ได้อันนี้ไม่รู้นะแต่ผมวัดเกณฑ์ในปัจจุบันนี้

ผมเคยอ่านพระไตรปิฎกที่พระพุทธเจ้าท่านระลึกย้อนอดีตชาติ สมัยหนึ่งพระองค์เกิดมาบำเพ็ญเพียรเป็นนกยูงที่มีขนสวยงาม เป็นที่หมายปองของกษัตริย์เมืองหนึ่ง กษัตริย์นั้นสั่งให้นายพรานไปจับนกยูงนั้นมาถวายให้ได้ แต่ไม่ว่าจะดักจับด้วยวิธีการใดๆ หรือลวงล่ออย่างไรก็ไม่สามารถจับได้ จนวันหนึ่งนายพรานเอานกยูงตัวเมียมาล่อจึงสามารถจับนกยูงตัวนี้ได้ แต่นกยูงตัวก็ถูกนายพรานปล่อยไปและยังเทศน์สอนนายพรานนั้นให้เป็นคนมีศีลธรรมขึ้นมาได้ ผมอ่านจบแล้วก็นึกสงสัยทำไมท่านมีบารมีขนาดนั้นแล้วยังถูกลวงล่อด้วยนกยูงตัวเมียได้ พอตอนนี้เกิดเหตุการณ์นี้กับตัวเองจึงได้เข้าใจว่าฤทธิ์ของสตรีนั้นมีแรงดึงดูดต่อบุรุษมากและเอาชนะได้ยากจริงๆ

ตอนนี้ข้อความที่ผมส่งไปขอโทษเขาตั้งแต่เมื่อวานผ่านเลย 24 ชั่วโมงแล้วน้องยังไม่สนใจเปิดอ่านเลย 😔 5555 ผมยอมรับว่าใจหนึ่งก็ยังอยากให้กลับมาคืนดีกันเพราะใจผมทั้งคาดหวัง และหลงรักน้องไปเยอะมาก และอีกอย่างเราก็ยังไม่ได้ศึกษาเรียนรู้กันมากกว่านี้เลย น่าจะได้ศึกษากันมากกว่านี้นะ
เอาละมันจะคืนดีกันได้หรือไม่ หรือต้องหยุดกันแค่นี้จริงๆ ก็คงแล้วแต่จะเป็นไป ยังไงก็ตามสักวันผมอาจจะทำใจได้และยังครองตนเป็นโสดต่อไปก็ได้ หรืออาจจะยังแพ้ใจตัวเองสู้กิเลสไม่ได้ไปแต่งงานมีชีวิตคู่ก็เป็นได้ แต่นี่คือบทเรียนชีวิตที่ผมต้องข้ามผ่านให้ได้!!

เรื่องราวชีวิต #กระบี่พุทธมนุษย์กินพืช #กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตน #เฮือนซายโท่ง #โคกหนองนาโมเดล #เศรษฐกิจพอเพียง

05/07/2026

26/6/2569 วันนี้ตั้งใจตัดผมเป็น "โกนหัว" และจะอดอาหารดื่มแต่น้ำเปล่าหรือน้ำเปล่าผสมน้ำด่าง (Water Fasting) เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อทำโทษตัวเองฐานไม่สำรวมกรรม 3 เผลอใจห่างใจไปชอบผู้หญิงคนหนึ่งจนทำให้ตัวเองดูไม่มีค่า!! (บอกก่อนเลยว่า...วันนี้ผมมีเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าไว้เป็นข้อเตือนใจตัวเอง วันหน้าก็อาจจะมีเรื่องเล่าอย่างนี้อีกก็เป็นได้ ตราบใดที่ผมยังไม่ชนะใจตัวเองในเรื่องนี้)
ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนเมษายน ผมได้รู้จักน้องคนหนึ่งสมมติว่าชื่อ แอล (L) เป็นครั้งแรก ตอนนั้นเขาไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกสะดุดใจเป็นความประทับใจแรก (first impression) แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ได้คุยกันในวงหลายคนถึงความลำบากใจจากการทำงานของเขา ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนเปิดเผยดี ต่อมาในต้นเดือนพฤษภาคมผมทักข้อความไปหาน้องแอลเพื่อจะขอสัมภาษณ์ ตอนนั้นอยากรู้จักเขาก็เลยถามซักไซ้ไล่เรียงใหญ่เลย ทำให้รู้ว่าเขามีความสามารถหลากหลาย ไม่มีอบายมุข ไม่เล่นหวย การพนัน และกำลังถอยห่างจากแฟนเก่า พอคุยนานเข้าก็เริ่มประทับใจเขา แต่อายุเราห่างกันมากทำให้รู้สึกกังวล พอเขาบอกว่าไม่ติดเรื่องอายุเราก็เลยคิดเพ้อฝันเป็นตุเป็นตะใหญ่เลย (บ้าเอ้ย!!😅)
ช่วงไหนที่ได้คุยกันน้องแอลก็คุยตอบโต้ดีและเปิดเผยเหมือนที่เจอครั้งแรก เหมือนเราจะคุยกันไปได้ดี แต่น้องก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไร น้องบอกยังสนุกกับเป้าหมายของเขา ซึ่งผมก็ไม่ติดและเห็นดีด้วยที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่พอเขาจะหายเขาก็หายไปเลย น้องแอลเคยบอกว่า เมื่อคุยกันแล้วถ้ารู้สึก "เอ๊ะ" หรือสะดุดเรื่องอะไรแอลจะถอยออกไป แต่ที่ผ่านมากลับกลายเป็นผมที่รู้สึก "เอ๊ะ" กับน้องในหลายๆ ครั้ง เช่น หายเป็นวันเป็นคืนไม่ตอบข้อความเลย แต่เห็นออนไลน์เป็นช่วงๆ นะ หรือบางทีคุยแล้วก็หายไปเฉยเลย ซึ่งเราก็คิดว่าน้องคงยุ่ง หลายครั้งน้องบอกเหนื่อยเพลียเลยหลับไป อันนี้จริงเท็จแค่ไหนเราก็ไม่รู้หรอก ซึ่งเราก็ต้องเชื่อเขาไว้ก่อนแต่ในใจมันก็ "เอ๊ะ" ไม่หาย เพราะถ้าคนเราให้ความสำคัญกับสิ่งใดแม้ไม่มีเวลาก็จะสรรหาเวลาให้ และยิ่งตอบข้อความแค่ไม่กี่วินาทีทำไมจะทำไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องบอกว่ายังยุ่งอยู่ไม่สะดวกคุยก็ได้
เมื่อวานไม่รู้คิดอะไรเลื่อนดูเฟสของน้องไปเรื่อยๆ ดูโพสต์เก่าๆ สังเกตเห็นชื่อหนึ่งมีท่าทีแปลกๆ และเห็นเขาตอบกันเลยทำให้พอรู้ว่าน่าจะเป็นแฟนเก่าของน้อง เมื่อคืนเลยถามน้องแอลว่ากับคนเก่าตัดขาดกันแค่ไหน และเขารู้ไหมว่าแอลคุยกับคนอื่น น้องตอบว่าได้คุยกับคนเก่าแล้วว่าขอลดสถานะการเป็นแฟนกัน คนเก่าก็เข้าใจแต่ก็ยังตัดใจไม่ได้ จึงขอคุยด้วยและส่งข้อความหาเหมือนคนอื่นๆ ผมจึงถามต่อว่าตอนนี้มีคนคุยกี่คน น้องไม่ขอตอบและพูดว่าตอนนี้ไม่มีคนทึ่ถูกใจเลยต้องปล่อยแบบนี้ไปก่อน (หือ?!😓) และบอกอีกว่าถ้าผมไม่สบายใจก็ตัดสินใจได้เลย ใครที่เข้ามาคุยก็ไม่ได้ให้ความหวังกับใครอยู่แล้วและยังไม่่เลือกใคร จึงได้เข้าใจว่าที่น้องไม่เลือกใครเพราะอย่างนี้นี่เอง
เมื่อเราประมวลผลทั้งหมดแล้ว…มันเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน คือ คนเก่าก็ไม่เคลียร์ให้ชัดเจน จะขาดก็ไม่ขาด ยังแทงกั๊กคาราคาซังกันอยู่เลย แต่ก็คุยกับคนใหม่ไปเรื่อยใครทักมาก็คุยหมด น้องอ้างว่าคนทักมาเยอะและคุยตามมารยาท (เฮ้ย…มันใช่เหรอ😅 เราจะไม่ตอบเลยก็ได้นี่เป็นสิทธิ์ของเรา และอย่างน้อยจะตอบใครก็ต้องรู้จักพิจารณาคร่าวๆ หน่อยไหม?) ในมุมของผู้หญิงเป็นสิทธิ์ของน้องที่จะคุยกับใครหลายๆ คนเผื่อเลือกใครเข้ามาในชีวิตซึ่งมันอาจจะไม่ผิดสำหรับน้อง แต่ผมคิดว่าถ้ายังไม่พร้อมจะคบหากับใครจริงจังก็ควรจะคุยเป็นคนๆ ให้จบเป็นคนๆ ไปน่าจะดูดีกว่านี้ไหม ไม่ใช่จับปลาหลายมือแบบนี้มันดูว่าน้องไม่ต่างกับผู้หญิงทั่วไป มันน่าแปลกมากที่อยากได้ความจริงใจจากคนอื่นแต่กลับไม่จริงใจให้คนอื่น (คุยหลายคนเผื่อเลือก) แล้วจะหาความจริงใจได้อย่างไร? ผมว่าทำแบบนี้มันไม่ใช่อ่ะ ในขณะที่ผมให้เกียรติน้อง คุยกับน้องคนเดียว ไม่ได้คุยกับผู้หญิงหลายคนแบบเผื่อเลือกเพราะผมไม่ได้มีใครอยู่แล้ว และสถานการณ์นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ดี ผมไม่ควรอยู่ตรงนี้ มันเป็นการด้อยค่าตัวเราเองมากที่ต้องไปเป็นตัวเลือกในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เรารู้ตัวเองดีว่าเรามีคุณค่ามากกว่านั้น (คุณค่า ณ ที่นี้คือคุณค่าของจิตใจที่มีคุณธรรมในตน คนอื่นจะมีปัญญาหรือไม่มีปัญญาเห็นได้ก็สุดแล้วแต่ภูมิของแต่ละคน) เราควรจะหยิ่งทระนงตนด้วยซ้ำ (หยิ่งทระนง คือ เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของตนเองและหยิ่งในเกียรติ เป็นความรู้สึกเคารพในคุณค่าของตัวเองอย่างหนักแน่น โดยไม่ยอมลดตัวหรือยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากก็ตาม จะแตกต่างจากคำว่า เย่อหยิ่งจองหอง ที่มองคนอื่นต่ำกว่าเป็นการยกตนข่มท่าน) จึงตัดสินใจบอกน้องแอลไปว่า "พี่ขอถอยกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมดีกว่า!!" โดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนานเลย
ยอมรับว่าที่ผ่านมาผมคลั่งรักเลยล่ะ แต่ในระหว่างที่เราคลั่งรักไปนั้น ลึกๆ ก็มีสภาวะการต่อสู้ของ 2 ฝ่ายอยู่ภายในจิตใจตลอด ใจหนึ่งมันชอบเขา มันหลงเขาไปแล้ว มันมีพละกำลังมากกว่าอีกใจหนึ่งที่ตั้งใจจะอยู่เป็นโสดตามที่พยายามทำมาตลอด 4-5 ปี มันจึงมีข้ออ้างดีๆ ให้ตัวเองอยู่ตลอดเพื่อจะได้ไปสุขสมหวังดังใจปรารถนา แม้มีบางครั้งพยายามจะพิจารณาอสุภะ (สิ่งที่ไม่สวยงาม) ก็ยังไม่มีฤทธิ์แรงพอจะสู้ใจที่มันชอบเขาไปแล้วได้ อาจจะเพราะเราอยู่กันคนละจังหวัดแทบจะไม่ได้มีโอกาสเจอกันเลย และผมจับอาการของจิตที่มันกระเพื่อมในใจได้ว่ามีทั้งอารมณ์สายโลภะ เช่น ความลุ่มหลง รัก/ชอบใจ หวงแหนอยากได้เป็นเจ้าของ เห็นแก่ตัว ผสมกับอารมณ์สายโทสะ เช่น ความไม่พอใจ ขุ่นเคือง อาฆาตแค้นพยาบาท อยากเอาคืน/อยากชนะ เกิดขึ้น ตรงกับที่พ่อครู #สมณะโพธิรักษ์ เคยเทศน์ไว้เป๊ะเลยว่ารักแบบชาย-หญิงเป็นความโลภที่เจือไปด้วยโทสะ ไม่แปลกเลยที่คนมันรักมากๆ จึงแค้นมาก แม้ผมจะรับรู้อารมณ์และควบคุมอารมณ์เหล่านั้นให้มันเบาและจางหายไปไม่ให้มันปะทุออกมาได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเรายังไม่หมดกิเลสเหล่านี้เลย ถ้าเราแพ้ภัยตัวเองโอกาสที่อารมณ์เหล่านี้จะก่อตัวจนมีฤทธิ์แรงขึ้นและปะทุออกมาสู่การกระทำทางกายกรรม เราคงเป็นคนที่ย่ำแย่มากเลย คงไม่ใช่คนที่มีอาริยคุณเป็นแน่ ผมจึงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลง ความเข้มแข็งมันหายไป กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตนคนนั้นหายไปไหน? ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว แต่..ก็ถือว่าโชคดีและต้องขอบคุณเหตุการณ์นั้นที่ทำให้หยุดบ้าลงได้ตามที่เล่ามาข้างต้น
ผมเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการพูดให้ตัวเองดูดี หรือให้ไปตำหนิน้องผู้หญิงนะครับ ผมไม่ได้โกรธเกลียดอะไรน้องเขาเลย เพราะผมเข้าใจว่ามันเป็นการพยายามที่จะปกป้องความอ่อนแอของตัวเองและทุกคนก็มีแบบนี้ในตัว (เพียงแต่ใครจะรู้ตัวหรือไม่เท่านั้นเอง) จริงๆ แล้วน้องแอลไม่มีความชัดเจนแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตอนที่เริ่มคุยนั้นน้องเขาก็บอกแล้วว่าแฟนเก่ายังทักข้อความมาบอกรักอยู่และมีคนทักมาคุยหลายคน แต่ตอนนั้นผมตาบอดมองไม่เห็นความผิดปกติเอง คือ เขาอยู่ของเขาแบบนั้นอยู่แล้วผมเองที่เป็นฝ่ายผิดเข้าไปหาเขาเอง ถ้าใครจะคอมเมนต์โพสต์นี้ด่าผมได้แต่กรุณาให้เกียรติฝ่ายหญิงด้วยนะครับ และที่เปิดเผยนี้เพื่อเป็นบทเรียนให้ตัวเอง "อย่าเผลอใจ อย่าห่างใจ" ตามที่พระท่านสอน และชี้ให้ทุกคนเห็นว่าผมก็มีมุมที่อ่อนแอ หลายเรื่องผมชนะใจตัวเองมาได้และเป็นแบบอย่างที่ดีให้ทุกคนได้ แต่...ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังแพ้ใจตัวเอง ซึ่งผมต้องข้ามผ่านให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องความรักแบบชาย-หญิงและกามเมถุน เป็นเรื่องที่ผมยังต้องต่อสู้หนัก และผมอยากจะชนะใจตัวเองในเรื่องนี้ให้ได้ก่อนตายในชาตินี้ซึ่งมันเป็นความปรารถนาสูงสุดในการบำเพ็ญบารมีของผมเลยทีเดียว (เพราะผมรู้ว่าชาตินี้ยังไงก็ยังไม่สามารถหมดสิ้นกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้แน่นอน อย่างน้อยก็ให้หมดกามให้ได้มากที่สุดละกัน) ผมเชื่อตามที่พ่อครูสอนว่าถ้าหมดเรื่องผู้หญิงได้จะทำงานใหญ่เสียสละเพื่อโลกเพื่อสัมคมได้เป็นอย่างดี ดังที่ท่านกล่าวว่า "ความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่ง"
และวีรบุรุษมักจะแพ้ให้สตรี จากเคยรุ่งโรจน์ก็รุ่งริ่ง มีน้อยรายนักที่จะได้ดีเพราะสตรี ในประวัติศาสตร์มีเรื่องราวของวีรบุรุษหลายคนสอนเราอยู่แล้วแต่เราไม่จำ!! พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "สตรีเป็นข้าศึกของพรหมจรรย์" และทรงชี้ให้เห็นว่า "หญิงทั้งหลายในโลกย่อมย่ำยีชายผู้ประมาทแล้ว" ย้ำว่าผู้ประมาท!! และธรรมชาติของผู้หญิงนั้น "มีอำนาจรุนแรงเหมือนลม" ที่อาจทำให้พระภิกษุขาดจากพรหมจรรย์ได้ง่ายหากไม่สำรวมจิตใจ พระองค์ยังตรัสว่า "เราไม่เห็นรูปอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะครอบงำจิตของบุรุษอยู่ได้เหมือนรูปสตรีนี้" รวมถึงเสียง กลิ่น รส และสัมผัสของสตรีด้วย ในวงการสงฆ์จึงมี "สมี" กันทั่วบ้านทั่วเมืองในปัจจุบัน ดังนั้น "ผู้ครองตนเป็นโสดได้จึงชื่อว่าเป็นบัณฑิต!! ผู้ฝักไฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง" คำตรัสสอนของพระพุทธองค์นั้นจริงแท้เสมอ 🙏

เรื่องราวชีวิต #กระบี่พุทธมนุษย์กินพืช #กระบี่พุทธมนุษย์ฝึกตน #เฮือนซายโท่ง #โคกหนองนาโมเดล #เศรษฐกิจพอเพียง

ที่อยู่

84 Moo 5 Ban Non Tio, Non Khun
Yang Chum Noi
33190

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Inside Krabeeputhผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Inside Krabeeputh:

ทางลัด

แชร์